ขายขวดเหล้าเปล่าสวย ๆ












ประวัติความเป็นมา
     เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระไตรปิฏกจากนครศรีธรรมราชมาทำการสังคายนา ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ได้ขุดพบระฆังโบราณที่วัดนี้ เป็นระฆังที่มีเสียงไพเราะมาก รัชกาลที่1 ทรงให้นำไปเก็บไว้ที่วัดพระแก้ว และทรงสร้างระฆังพระราชทาน 5 ลูกมาเก็บไว้แทน จึงเรียกกันว่า "วัดระฆัง" ตั้งแต่นั้นมา
     วัดนี้เคยเป็นที่จำพรรษาของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระสังฆราชในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ โด่งดังทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้เป็นเจ้าของบทสวดชินบัญชรอันร่ำลือ
     ในบริเวณวัดยังมีหอพระไตรปิฏกเก่าแก่ เดิมเป็นเรือนเก่าของรัชกาลที่ 1 สมัยเมื่อครั้งรับราชการเป็นพระราชวรินทร์ ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ปูชนียสถานชั้นเอกของสถาปัตยกรรมไทย"
     วัดระฆังฯ ยังเป็นหนึ่งใน กิจกรรมไหว้พระ 9 วัดเสริมสิริมงคล ที่ถือคติกันว่า "ไหว้พระวัดระฆัง จะทำให้ชื่อเสียงโด่งดัง มีคนนิยมชมชื่น" อีกด้วย

บริเวณด้านนอกพระอุโบสถของวัดระฆังฯ รูปขวาบน ผู้คนมากราบไหว้ปิดทองรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) (องค์กลาง) ในห้องพระวิหาร มีการอ่านบทสวดชินบัญชรเพื่อความเป็นสิริมงคล ถ้าเป็นวันที่มีคนมามาก ๆ ก็จะออกมานั่งท่องกันที่เต๊นท์ข้างนอก (รูปขวาล่าง)
 
ภายในพระอุโบสถ พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม เป็นฝีมือของพระวรรณวาดวิจิตร จิตรกรเอกในสมัยรัชกาลที่ 6

หอพระไตรปิฏก (ตำหนักจันทน์) สร้างเป็นตำหนัก 3 หลังแฝด ฝาผนังด้านนอกทาสีดินแดง บานประตูตกแต่งด้วยการเขียนลายรดน้ำและแกะสลักอย่างงดงาม มีระเบียงด้านหน้า หลังคามุงกระเบื้อง ชายคามีกระจังรูปเทพนม เคยเป็นตำหนักและหอนั่งของรัชกาลที่ 1 สมัยเมื่อครั้งรับราชการอยู่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว

ภายในหอไตร หอด้านซ้ายและขวามี ตู้พระไตรปิฏก ขนาดใหญ่สมัยกรุงศรีอยุธยา เขียนลายรดน้ำปิดทองฝีมืองดงาม อยู่ด้านละใบ ที่หอกลางมีพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดใหญ่ของรัชกาลที่ 1

หอระฆัง ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของวัด สร้างแบบศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้านบนแขวนระฆังที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 1 จำนวน 5 ลูก พระปรางค์ ได้รับการยกย่องว่าทำได้ถูกแบบแผนที่สุด สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1


การทำบุญปล่อยสัตว์น้ำที่ท่าน้ำของวัด
     ที่บริเวณทางเดินไปขึ้นเรือที่ท่าวัดระฆังซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาขายสัตว์น้ำกันมากมาย มีทั้งปลาชนิดต่าง ๆ ปู หอยโข่ง หอยขม ปลาไหล เต่า กบ โดยจะเป็นตัวเล็ก ๆ ราคาไม่แพง ตัวละ 5 บาท 10 บาท ซื้อมาก ๆ ยังลดให้อีก เหมาะสำหรับท่านที่ต้องทำบุญสะเดาะเคราะห์ด้วยการปล่อยปลาคราวละมาก ๆ เช่นปล่อยให้เกินอายุ แนะนำให้มาที่วัดนี้ เพราะจะมีค่าใช้จ่ายไม่มาก อย่าลืมท่องบทสวดแผ่เมตตาก่อนปล่อยปลาด้วย ซึ่งแต่ละร้านจะมีเป็นใบปลิวแผ่นเล็ก ๆ แถมให้ฟรี ในนั้นก็จะมีความหมายของการปล่อยสัตว์น้ำแต่ละชนิดอยู่ด้วย เช่น ปล่อยปลาหมอ เพื่อให้สุขภาพดี ปลานิล ให้ทรัพย์สินเพิ่มพูน ปลาทับทิม ให้ความรักราบรื่น หอยขม ทิ้งความขมขื่น ฯลฯ อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อความศรัทธาของแต่ละคน มีอีกข้อที่สำคัญคือ เวลาเอาปลาไปปล่อยที่ท่าน้ำ ให้ปล่อยปลาลงด้านข้างบันไดที่น้ำนิ่ง ๆ อย่าปล่อยตรงบันได เพราะแรงคลื่นจะพัดปลามากระแทกบันไดได้ และทำให้ปลาว่ายออกไปลำบาก

บริเวณท่าน้ำของวัด (ท่าวัดระฆัง) ที่ใช้เป็นที่ปล่อยสัตว์น้ำ มีร้านให้เลือกซื้อเลือกปล่อยมากมายหลายเจ้า
 
แม่ค้าอัธยาศัยดีทุกร้าน จะแถมบทสวดที่ต้องท่องก่อนปล่อยปลาให้ด้วย มีปลาและสัตว์น้ำหลายชนิดให้เลือกปล่อยตามเคล็ด ตามความเชื่อ


     ข้อควรรู้ ธรรมชาติของสัตว์น้ำบางชนิด เช่น เต่า ไม่สามารถจะอยู่ได้ในน้ำไหลและมีคลื่นแรง เต่าจะอยู่ในที่น้ำนิ่งและมีที่แห้งให้สามารถขึ้นมาพักผ่อนได้ เต่าเมื่อถูกกระแสน้ำและคลื่นแรงก็อยากจะขึ้นบกจึงมาลอยคอกันอยู่ริมฝั่ง คนที่รู้เรื่องนี้ก็จะมาคอยจับกัน ปลาไหลและกบก็เช่นเดียวกัน ธรรมชาติของปลาไหลจะอยู่ตามคู คลอง หนอง บึง ที่เป็นดิน ขุดรูเป็นที่อยู่ กบก็ต้องขุดรูอยู่ตามท้องนา ผู้ที่ต้องการสร้างกุศลโดยการปล่อยสัตว์นั้น ควรจะได้พิจารณาด้วยว่าสัตว์นั้น ๆ จะมีชีวิตรอดอยู่ได้หรือไม่ในสถานที่ที่ตั้งใจจะนำไปปล่อย


สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2558 บทความและรูปภาพทั้งหมดในเว็บไซต์ หากนำไปใช้ที่อื่นกรุณาให้เครดิตที่มากับทางเว็บไซต์ด้วย
  View Stats
  

ข้อมูลสถานที่  

ชื่อสถานที่ : วัดระฆังโฆสิตาราม

ที่อยู่ : 250 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 โทร. 02-418-2729, 02-411-2255

เว็บไซต์ : -

เวลาเปิด-ปิด : บริเวณวัด เปิดทุกวัน 5.00 น. - 21.00 น. , โบสถ์ เปิดทุกวัน 6.00 น. - 18.00 น., พระวิหารสมเด็จ เปิดทุกวัน 8.00 น. - 17.00 น.

การเดินทาง : รถประจำทาง: สาย 19, 57, 83
ท่าเรือ : เรือด่วนเจ้าพระยา ลงท่ารถไฟ หรือท่าวังหลังก็ได้
เรือโดยสารข้ามฟาก : ท่าช้าง -> ท่าวัดระฆัง
รถส่วนตัว : มีลานจอดรถใกล้ๆ วัด อัตราค่าจอด : ชม.แรกฟรี ชม.ต่อไปชม.ละ 20 บาท

ค่าใช้จ่าย : ไม่เสียค่าธรรมเนียม

สิ่งที่ไม่ควรพลาด : การไหว้พระประธานในพระอุโบสถ ชมความงามของภาพจิตรกรรมฝาผนังภายใน, การกราบไหว้ปิดทองรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ท่องบทสวดชินบัญชรอันเป็นสิริมงคล, เยี่ยมชมหอไตร หรือตำหนักจันทน์ โบราณสถานที่สวยงาม ทรงคุณค่า, การทำบุญปล่อยสัตว์น้ำที่ท่าน้ำของวัด

ข้อแนะนำอื่น ๆ : โปรดแต่งกายสุภาพ, ช่วยกันรักษาความสะอาดของสถานที่
 

 
สาระน่ารู้  

ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เกิดวันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ.2331 ที่บ้านไก่จ้น ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเจ้าคุณธรรมเป็นผู้ตั้งชื่อ "โต" ให้
บวชเณรที่วัดบางขุนพรหมนอก (วัดอินทรวิหาร) เมื่ออายุ 12 ปี อุปสมบทเป็นนาคหลวงที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในปีพ.ศ. 2350 มรณภาพ วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2415 อายุ 85 ปี บวชพระ 65 พรรษา บวชเณร 8 พรรษา

อานิสงส์ชินบัญชร
พระคาถาชินบัญชรเป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ ตกทอดมาจากลังกา เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ค้นพบในคัมภีร์โบราณ แล้วดัดแปลงแก้ไขแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ ได้ใจความสมบูรณ์ แปลออกมาแล้วมีแต่สิ่งอันเป็นมงคลแก่ผู้สวดภาวนาทุกประการ

การปล่อยปลาตามกำลังวันเกิด
วันอาทิตย์ ให้ปล่อย 6 หรือ 9 ชีวิต
วันจันทร์ ปล่อย 15 ชีวิต
วันอังคาร ปล่อย 8 ชีวิต
วันพุธกลางวัน ปล่อย 17 ชีวิต
วันพุธกลางคืน ปล่อย 12 ชีวิต
วันพฤหัสบดี ปล่อย 19 ชีวิต
วันศุกร์ ปล่อย 21 ชีวิต
วันเสาร์ ปล่อย 10 ชีวิต


 
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
 - พิพิธภัณฑ์ศิริราช
 - พิพิธภัณฑ์ฯ เรือราชพิธี
 

คุณค่าจากธรรมชาติที่คุณดื่มได้
 
 
 
 
 
 
ย้อนกลับ ขึ้นบน