ภาพของงูเหลือมอาจไม่น่ากลัวสำหรับใครบางคน เพราะความเชื่องช้าของมัน เมื่อเจอยังหลีกหนีได้ง่าย มันไม่ทำอันตรายด้วยการกัด แต่ภาพของงูเห่า งูจงอางกลับตรงกันข้าม ไม่มีความน่ารักใดๆ ทั้งรูปร่างและนิสัย มันเป็นตัวแทนของความดุร้าย ความน่ากลัว แฝงความลึกลับในบางแง่มุม ยิ่งถ้าถูกมันกัด ความเป็นความตายได้มารออยู่ตรงหน้าคน ๆ นั้นแล้ว...
     วันนี้เราจะพาไปดูทั้งงูเหลือม งูเห่า งูจงอาง และยังมีงูสามเหลี่ยมและงูอื่น ๆ แถมให้อีกด้วย เป็นการดูแบบระยะใกล้ชิด ไม่มีลูกกรงมาขวางกั้น ตื่นเต้น หวาดเสียว และได้สาระความรู้ไปพร้อมกัน ณ ที่นี่...
สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

     สวนงูจัดตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2466 โดยผู้อำนวยการคนแรกของสถานเสาวภา ซึ่งเป็นนายแพทย์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ ดร.เลโอโปลด์ โรแบรต์ ได้ตระหนักถึงปัญหาการถูกงูพิษกัดคนและสัตว์เลี้ยง แล้วไม่มีเซรุ่มแก้พิษงูมารักษา เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข จึงได้ทำการจัดตั้งสวนงูแห่งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เลี้ยงงูพิษไว้รีดพิษ สำหรับผลิตเป็นเซรุ่มแก้พิษงู นับเป็นสวนงูที่เก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสวนงูที่ประเทศบราซิล

     สวนงู อยู่ภายในสถานเสาวภา ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม 4 ช่วงระหว่างถนนพญาไทกับถนนอังรีดูนังค์ อย่าเข้าผิดเป็นโรงพยาบาลจุฬาฯ ล่ะเพราะอยู่ใกล้ ๆ กัน สถานเสาวภาจะเป็นตึกเก่าสวย ๆ มีสระน้ำวงกลมอยู่ข้างหน้า มีสัญลักษณ์ + สีแดงนอนลอยอยู่ในสระน้ำ


     ชมความสวยงามของตัวอาคารแล้วเดินเข้าไปทางด้านหลัง จะเป็นส่วนของสวนงู วันธรรมดาจะมีการแสดง 2 รอบคือ 11.00 น.และ 14.30 น. โดยช่วง 11.00 น. จะเป็นการแสดงการรีดพิษงู ภายในเวทีสาธิตการรีดพิษที่ตึก ๔ มะเส็ง และเวลา 14.30 น. จะเป็นการแสดงการสาธิตการจับงู พร้อมถ่ายรูปกับงูหลาม ที่เวทีแสดงกลางแจ้ง ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ มีรอบ 11.00 น. เป็นการแสดงการสาธิตการจับงู พร้อมถ่ายรูปกับงูหลาม ที่เวทีแสดงกลางแจ้งรอบเดียว (ดูรายละเอียดเรื่องเวลาในส่วนข้อมูลสถานที่) แนะนำให้ไปถึงสถานที่ก่อนเวลาแสดงสัก 1 - .30 ชม. เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์งูที่ตึก ๔ มะเส็ง ที่อยู่ทางด้านหลังเวทีแสดงก่อน

     ภายในตึกจัดเป็นพิพิธภัณฑ์รูปแบบสมัยใหม่ตกแต่งสวยงาม ติดเครื่องปรับอากาศเย็นสบายไม่ร้อน มี 2 ชั้นให้เดินชม ชั้นล่างจะเป็นงูจริง ๆ หลากหลายชนิดให้ดูในตู้กระจกโดยเป็นการจำลองบรรยากาศธรรมชาติจริง ๆ ของงูแต่ละชนิด เดินดูไปทำความรู้จักกับชื่อของงูแต่ละชนิดไป มีสัญลักษณ์ติดกำกับบอกให้ทราบว่าเป็นงูมีพิษหรือไม่ ออกลูกเป็นไข่หรือเป็นตัว หากินกลางวันหรือกลางคืน ที่ชั้นล่างจะมีห้องสาธิตการรีดพิษงูซึ่งสามารถบรรจุผู้ชมได้ประมาณ 100 คน เดินชมด้านล่างครบรอบแล้ว อย่าพลาดที่จะเดินขึ้นไปชมต่อที่ชั้น 2 จะเป็นสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของงู วิวัฒนาการของงู มีการโชว์อวัยวะส่วนต่าง ๆ ภายนอกและภายในของงูสต๊าฟท์ใส่หลอดแก้วให้ดู และยังมีส่วนที่น่าสนใจให้ดูอีกหลายจุด

     เสร็จจากที่ตึกแล้ว ก่อนเวลาแสดงสัก 15 นาทีให้รีบมาจับจองที่นั่งที่เวทีแสดงกลางแจ้ง เนื่องจากการแสดงการจับงูได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก ถ้ามาช้าอาจไม่ได้ที่นั่งชมตำแหน่งดี ๆ นั่งรอสักพัก จะมีทีมเจ้าหน้าที่ของทางสถานเสาวภามาเป็นผู้สาธิตการจับงูชนิดต่าง ๆ เริ่มจากงูจงอางตัวใหญ่ งูเห่า งูสามเหลี่ยม พร้อมทั้งบรรยายให้ความรู้ประกอบการสาธิตไปด้วย



     ถึงแม้ว่างูจะดูเป็นสัตว์ที่มีอันตราย แต่งูก็เป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ในทางระบบนิเวศน์วิทยา คือช่วยรักษาสมดุลธรรมชาติ โดยกำจัดพวกสัตว์ฟันแทะต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "หนู" ที่เป็นตัวทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวไร่ชาวนา และเป็นพาหะของโรคร้าย เช่น เลปโตสไปไรซิส ซึ่งติดมากับสิ่งขับถ่ายของหนู เป็นอันตรายต่อมนุษย์

     ชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่ทุกวันนี้ ตามตรอกซอกซอยจะเต็มไปด้วยการผุดของอาพาร์ทเมนต์ คอนโดมิเนียม พื้นที่ของดงหญ้า ป่าไม้ลดน้อยลงไปทุกวัน คงมีโอกาสน้อยเต็มทีที่จะได้พบเจอสัตว์เหล่านี้เองตามธรรมชาติ แต่ถ้าได้เผชิญหน้ากับงู ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ไหน ก็ขอให้ปฏิบัติตามวิธีการที่แนะนำไว้ข้างต้น จะช่วยให้ปลอดภัยได้ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปทำร้ายงูเลย เพราะทุกชีวิตย่อมรักชีวิตตนเองทั้งนั้น

     การได้มาชมสวนงู ได้ดูการสาธิตหลาย ๆ อย่างประกอบการบรรยายจากทางเจ้าหน้าที่ก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนุก ตื่นเต้น ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และมีค่าใช้จ่ายที่ประหยัด เสร็จจากการชมงูแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารอร่อยที่อยู่ในโซนใกล้เคียงกับสวนงูก็ยังมีอีกหลายที่หลายประเภท เพราะเราเชื่อว่าคุณคงไม่อยากมาชมแค่สวนงูอย่างเดียวแล้วไม่รู้จะไปไหนต่อ ขอให้ใช้วันหยุด ท่องเที่ยวไปอย่างสนุกนาน คุ้มค่า และได้รับรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่จะทำให้ชีวิตคุณมีสีสันมากยิ่งขึ้น ;-)





















สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2558 บทความและรูปภาพทั้งหมดในเว็บไซต์ หากนำไปใช้ที่อื่นกรุณาให้เครดิตที่มากับทางเว็บไซต์ด้วย
  View Stats
  

ข้อมูลสถานที่  

ชื่อสถานที่ : สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

ที่อยู่ : 1871 ถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร.02-252-0161-4, 02-252-0167

เว็บไซต์ : www.redcross.or.th

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-ศุกร์ 9.30 น. - 15.30 น., เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 9.30 น. - 13.00 น.

การแสดงประจำวัน :
จันทร์-ศุกร์
11.00 น. การรีดพิษงู ภายในเวทีสาธิตการรีดพิษ ตึก ๔ มะเส็ง
14.30 น. สาธิตการจับงูหลากหลายชนิด พร้อมถ่ายรูปกับงูหลาม ที่เวทีแสดงกลางแจ้ง

เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
11.00 น. สาธิตการจับงูหลากหลายชนิด พร้อมถ่ายรูปกับงูหลาม ที่เวทีแสดงกลางแจ้ง

การเดินทาง : รถประจำทาง: สาย 4, 16, 21, 45, 46, 47, 50, 67, 74, 76, 109, 115, 141 ปอ.4, 507
รถไฟฟ้าใต้ดิน : สถานีสามย่าน ออกทางประตู 2 แล้วเดินต่อไปอีกนิด ทางที่จะไปสวนลุมพินี
รถส่วนตัว : จอดภายในสถานเสาวภา

ค่าใช้จ่าย : ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท, นักเรียน นักศึกษา (แสดงบัตร) 20 บาท, เด็ก 10 บาท, เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ชมฟรี, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 50 บาท

สิ่งที่ไม่ควรพลาด : นอกจากการชมการแสดงที่น่าตื่นเต้นแล้ว การได้สัมผัสตัวงูจงอาง งูเห่า ได้เอางูหลามมาคล้องคอถ่ายรูป ก็น่าจะเป็นความประทับใจไม่รู้ลืมอีกอย่างหนึ่งของการมาเที่ยวสวนงูแห่งนี้

ข้อแนะนำอื่น ๆ : การแสดงกับงูพิษเป็นงานเสี่ยงอันตราย กระทำได้เฉพาะผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น ไม่ควรนำไปปฏิบัติตามและลอกเลียนแบบ, ถ้าต้องการถ่ายรูปคล้องคอกับงูหลาม อย่าลืมพกกล้องถ่ายรูปมาด้วย, กรุณาอย่ารังแกสัตว์, โปรดช่วยกันรักษาความสะอาดของสถานที่
 

 
ขยายภาพ
แผนที่สวนงู สถานเสาวภา
 
สาระน่ารู้  

- จะทำอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับงู งูเป็นสัตว์ที่มีสายตาแย่มาก ๆ จะสนใจเฉพาะสิ่งเคลื่อนไหวที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเจองู ให้อยู่นิ่ง ๆ เข้าไว้ งูจะมองไม่เห็นเรา เมื่องูไม่ตื่นตกใจ และรู้สึกปลอดภัยแล้ว ก็จะเลื้อยผ่านไปเองโดยไม่ฉกกัดเรา

- วิธีการผลิตเซรุ่มแก้พิษงู จะเริ่มจากเอาพิษงูที่รีดได้ไปฉีดในม้า ทีละน้อย ๆ เพื่อให้ม้าค่อย ๆ สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา จนได้ระดับที่กำหนด ก็จะทำการเจาะเลือดม้าออก นำมาผ่านกระบวนการแยกทางเคมี เอาเฉพาะส่วนที่เป็นภูมิคุ้มกันที่มีคุณสมบัติต่อต้านพิษงูมาใช้ โดยมีการตรวจสอบควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

 

คุณค่าจากธรรมชาติที่คุณดื่มได้
 
 
 
 
 
 
ย้อนกลับ ขึ้นบน