ส่วนของสวนงูที่มีการแสดงน่าตื่นตาตื่นใจให้ชม เวทีแสดงกลางแจ้ง แสดงการสาธิตเกี่ยวกับการจับงู .. ..โดยมีเวทีให้ผู้เข้าชมนั่งดูอยู่ใกล้ ๆ เจ้าหน้าที่จะบรรยายให้ความรู้พร้อม ๆ กับมีของจริงประกอบอยู่ข้าง ๆ ที่เห็นนั่นคือ งูจงอาง ตัวเขื่อง ยาวเกือบ 2 เมตร ดูดุดัน น่าเกรงขาม งูจงอางเมื่อถูกรบกวนสามารถแผ่แม่เบี้ยได้ ลักษณะแม่เบี้ยจะแคบ ไม่กว้างเหมือนงูเห่า การสาธิตวิธีการจับงูด้วยมือเปล่า ผู้ชมลุ้นกันระทึก และปรบมือให้หลังการแสดง มีฝ่ายรักษาความปลอดภัยยืนดูแลอยู่ใกล้ ๆ เอามาให้ผู้ชมดูและจับตัวของงูจงอางกันใกล้ ๆ เราก็ได้จับ ลำตัวบริเวณใต้ท้องออกจะแข็ง ๆ ลื่น ๆ มัน ๆ เสียว ๆ (อันหลังคือความรู้สึกน่ะ..) คราวนี้เป็นงูเห่าไทย เอาออกมาโชว์ทีเดียว 2 ตัวเลย ถึงจะมีขนาดเล็กกว่างูจงอาง แต่ก็มีพิษอันตรายถึงชีวิตเหมือนกัน งูเห่าไทยมีเอกลักษณ์คือสามารถชูคอแผ่แม่เบี้ยได้ มีลายดอกจันทน์หลังแม่เบี้ย และสามารถพ่นลมออกมาดังฟู่ฟู่ คล้ายเสียงขู่ จึงเรียกว่า "งูเห่า" งูเป็นสัตว์ที่มีสายตาแย่มาก ๆ จะสนใจกับวัตถุที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าเท่านั้น เพราะฉะนั้นการเผชิญหน้ากับงู ให้อยู่นิ่ง ๆ เข้าไว้ งูจะมองไม่เห็นเรา เมื่องูไม่ตื่นเต้นตกใจและรู้สึกปลอดภัย ก็จะไม่ทำอันตรายและเลื้อยผ่านไปเอง งูสามเหลี่ยม สีลำตัวเป็นปล้องดำสลับหลือง ดูสวยแต่อำนาจพิษรุนแรงถึงชีวิตเช่นกัน เฉื่อยชาในเวลากลางวัน แต่จะปราดเปรียวว่องไวในเวลากลางคืน เพราะเป็นสัตว์ที่ออกหากินตอนกลางคืนเท่านั้น ลูบได้ จับได้... ต้องลองสัมผัสดูเองถึงจะรู้ว่าเป็นยังไง... รายการสุดท้ายของการสาธิต เป็นการให้ผู้เข้าชมได้ถ่ายรูปและใกล้ชิดกับงูหลาม ซึ่งเป็นงูที่เกิดและเลี้ยงมาจนโตที่สวนงูแห่งนี้ ปลอดภัย ไม่ทำอันตรายคน ...ดูจากรูปจะเห็นว่าท่าทางสนุกปนเสียวกันพอสมควร ชมการแสดงงูเสร็จแล้ว แวะมานั่งพักจิบกาแฟร้อน/เย็น เครื่องดื่ม ไอศครีม ก็มีที่นั่งมุมสบาย ๆ ของร้านค้าไว้บริการ และยังมีมุมจำหน่ายของที่ระลึกเช่นกระเป๋า เข็มขัดที่ทำจากหนังงู ตุ๊กตาปูนปั้นรูปงูน่ารัก ๆ ราคาไม่แพงอีกด้วย